27 สิงหาคม 2552

ระบบภูมิคุ้มกัน

ระบบภูมิคุ้มกันที่มีประสิทธิภาพ คือ กุญแจดอกสำคัญสำหรับการดูแลรักษาสุขภาพ ระบบภูมิคุ้มกันปกป้องเราจากโรคทุกชนิดนับตั้งแต่หวัดไปจนถึงโรคมะเร็ง ช่วยต่อสู้กับพิษจากอาหาร ควบคุมอาการแพ้และชะลอความชรา แต่อาหารที่ไม่มีประโยชน์ การใช้ชีวิตโดยไม่ดูแลสุขภาพแวดล้อมที่เป็นพิษล้วนบั่นทอนระบบภูมิคุ้มกัน ให้อ่อนแอลง ส่งผลให้เรามีโอกาสที่จะเป็นโรคต่างๆ ตั้งแต่หวัดไปจนถึงการติดเชื้อต่าง ๆ ที่รุนแรง

ระบบภูมิคุ้มกันทำงานอย่างไร

ระบบ ภูมิคุ้มกันทำหน้าที่เสมือนกองทัพที่ปกป้องร่างกาย ส่วนใหญ่อยู่ในระบบทางเดินน้ำเหลืองและกระแสเลือด แม้ว่าผิวหนังและอวัยวะอื่น ๆ เช่น ระบบการย่อยก็มีบทบาทสำคัญเช่นกัน ระบบทางเดินน้ำเหลืองประกอบด้วยโครงข่ายของท่อน้ำเหลืองซึ่งลำเลียงของเหลว จากช่องว่างระหว่างเซลล์กลับเข้าสู่ระบบไหลเวียนโลหิต นอกจากนี้ ยังมีต่อมน้ำเหลือง ม้าม และต่อมไทมัส ซึ่งต่างก็ผลิตลิมโฟไซต์อันเป็นเซลล์ที่คอยตรวจจับทำลายและกำจัดสารแปลกปลอม จุลินทรีย์ และเซลล์มะเร็งทั้งหลาย ลิมโฟไซต์มี 2 ชนิด ได้แก่ บีเซลล์และทีเซลล์ บีเซลล์ซึ่งถูกผลิตโดยม้ามจะขับสารต้านเชื้อแปลกปลอม ขณะที่ทีเซลล์ซึ่งถูกผลิตในต่อมไทมัสสามารถทำลายสิ่งแปลกปลอมได้โดยตรง ในร่างกายยังมีเซลล์พิฆาตตามธรรมชาติ (เอ็นเค) ซึ่งทำหน้าที่ต่อสู้และกำจัดสิ่งแปลกปลอมโดยเฉพาะเซลล์มะเร็งโดยทันที เซลล์เม็ดเลือดขาวที่พบในเลือด ประกอบด้วยฟาโกไซต์ และลิมโฟไซต์มีบทบาทสำคัญในการทำลายแบคมีเรียที่มารุกราน รวมทั้งกำจัดเนื้อเยื่อที่ตายและถูกทำลายลง ระบบภูมิคุ้มกันที่ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดต้องมีดุลยภาพสมบูรณ์ ดังนั้น แม้ว่าระบบภูมิคุ้มกันจะมีหน้าที่หลักในการทำลายสิ่งแปลกปลอมแต่ก็อาจจะยอม ให้สารที่ร่างกายเราต้องการ เช่น อาหารผ่านเข้ามาได้ ดังตัวอย่างระบบนิเวศของภูมิคุ้มกันในลำไส้มีทั้งแบคทีเรียที่ดี และที่อันตรายตราบเท่าที่แบคทีเรียทั้งสองชนิดอยู่ร่วมกันอย่างสมดุล ระบบการย่อยจะยังคงแข็งแรง แต่หากแบคทีเรียที่อันตรายเริ่มมีจำนวนมากขึ้น อาจเป็นเพราะการรับประทานอาหารที่มีปริมาณน้ำตาลและไขมันอิ่มตัวสูง ร่างกายจะมีปัญหาเรื่องการย่อยและการติดเชื้อราได้

ศัตรูของระบบภูมิคุ้มกัน

อวัยวะ และเซลล์ทั้งหลายของระบบภูมิคุ้มกันต้องการสารอาหารบางประเภทเพื่อ ช่วยให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิผล ตัวอย่างเช่น อินเตอร์เฟียรอนอันเป็นสารต้านไวรัสและมะเร็งที่ถูกขับออกมาโดยเนื้อเยื่อ ทั่วร่างกายต้องการวิตามินซีสำหรับการผลิต ส่วนไลโซไซม์ซึ่งเป็นเอนไซม์ต้านแบคทีเรียที่พบในของเหลวในร่างกายเช่น น้ำตาลและเลือด ต้องการวิตามินเอ ดังนั้น อาหารที่ไม่มีคุณภาพจะบั่นทอนระบบภูมิคุ้มกันให้อ่อนแอโดยทันที ศัตรูอื่นๆ ของระบบภูมิคุ้มกันได้แก่ ความเครียด การสูบบุหรี่ การบริโภคแอลกอฮอล์และคาเฟอีนมากเกินไป ยา (ทั้งเพื่อการแพทย์และเพื่อการผ่อนคลาย) สารปรุงแต่งอาหาร ยาฆ่าแมลง และมลพิษ

สัญญาณของภูมิคุ้มกันต่ำ

ระบบ ภูมิคุ้มกันที่ด้อยปะสิทธิภาพจะส่งสัญญาณให้เห็นได้ในเวลาไม่นาน เป็นเรื่องปกติที่คนเราส่วนใหญ่จะเป็นหวัดกันปีละครั้งสองครั้ง แต่ภูมิคุ้มกันที่ถดถอยจะทำให้เราเปราะบางต่อเชื้อหวัดหรือเชื้อไข้ต่าง ๆ และอาจทำให้เราติดเชื้อได้บ่อยครั้ง สัญญาณอื่นๆ ของภูมิคุ้มกันที่ไร้ประสิทธิภาพ ได้แก่ ระบบการย่อยผิดปกติ ความอ่อนล้า อาการปวดตามข้อ กล้ามเนื้อ อ่อนแรง และผิวพรรณที่หมองคล้ำ

ระบบภูมิ คุ้มกันที่ไม่สมดุลยังอาจก่อให้เกิดอาการแพ้ และอาหารเป็นพิษ เมื่อสารที่เป็นตัวกระตุ้น ระบบภูมิคุ้มกันจะเข้าจู่โจมในทันที จากนั้นจะขับสารฮิสตามีนและสารอื่นๆ เพื่อขับไล่สิ่งที่มันมองว่าเป็นผู้รุกราน ส่งผลให้เกิดอาการไม่พึงปรารถนาต่างๆ ได้

อาการต่อต้านเนื้อเยื่อของ ตัวเองเกิดขึ้นเมื่อร่างกายถูกใช้งานมากเกินไป และเริ่มผลิตแอนตีบอดีที่เข้าจู่โจมเนื้อเยื่อของตัวเอง โรคภูมิแพ้ตัวเองและโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ต่างเป็นโรคที่เกิดจากการต่อต้าน เนื้อเยื่อของตัวเองทั้งคู่

อาหารเสริมภูมิคุ้มกัน

ใน การรักษาเซลล์และอวัยวะสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกายให้แข็งแรงและอยู่ใน ภาวะสมดุล เราจำเป็นต้องรับประทานอาหารอย่างถูกต้อง ระบบภูคุ้มกันทั้งหมดต้องอาศัยวิตามินซีในการทำงาน ดังนั้น จึงควรรับประทานอาหารที่มีปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระชนิดนี้สูง ซึ่งผลไม้และผักส่วนใหญ่มีปริมาณวิตามินซีที่สูงอยู่แล้ว วิตามินเอเป็นสารต้านไวรัสที่ทรงพลังและช่วยบำรุงต่อมไทมัส วิตามินพบได้ในตับผลิตภัณฑ์จากนม ปลาที่มีไขมันสูง น้ำมันตับปลา รวมทั้งเบตาแคโรทีนในพืชผักที่ร่างกายเปลี่ยนเป็นวิตามินเอได้ วิตามินบีสำคัญต่อการทำงานของฟาโกไซต์ (เซลล์เม็ดเลือดขาว) และมิตามินอี อีกหนึ่งสารต้านอนุมูลอิสระที่มีอานุภาพ และช่วยกระตุ้นการผลิตแอนตีบอดี แร่ธาตุบางชนิดมีความสำคัญเช่นกัน แคลเซียมช่วยเซลล์ฟาโกไซต์ในการทำหน้าที่กำจัดสิ่งแปลกปลอม ซีลีเนียมจำเป็นสำหรับการผลิตแอนตีบอดี ธาตุเหล็กเสริมภูมิต้านทานโดยรวม ขณะที่หลายๆ กระบวนการของระบบภูมิคุ้มกันรวมทั้งการเติบโตของทีเซลล์ต้องการสังกะสีเป็น อย่างมาก แร่ธาตุส่วนใหญ่พบได้ในเมล็ดพันธุ์พืช ถั่วเปลือกแข็ง และผักใบเขียว

โปรตีนเป็นสิ่งจำเป็นต่อภูมิต้านทานที่เข้มแข็ง เนื่องจากร่างกายต้องใช้โปรตีนในการผลิตเซลล์ต่างๆ รวมทั้งแอนตีบอดี และเอนไซต์ของระบบภูมิคุ้มกัน ตัวอย่างเช่น กรดอะมิโนกรูตาไธโอนเป็นสารต้านอนุมูลอิสระและสารล้างพิษที่สำคัญ ผู้คนส่วนใหญ่ขาดโปรตีน เราจึงจำเป็นต้องรับประทานอาหารที่มีโปรตีนสูงเป็นปริมาณมากๆ เช่น ถั่ว เมล็ดพันธุ์ เนื้อ และปลา

สารอาหารที่สำคัญชนิดอื่นๆ ได้แก่ ใยอาหารที่พบได้ในเมล็ดข้าวพันธุ์ต่างๆ ผลไม้ และผักใยอาหารเป็นสิ่งจำเป็นต่อระบบการย่อย ช่วยทำให้ลำไส้สะอาดป้องกันการสะสมของสารพิษและช่วยป้องกันการแพร่พันธุ์ของ แบคทีเรียที่อันตราย ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อนมีความสำคัญเนื่องจากมีปริมาณกรดไขมันโอเมกา 3และ 6 สูง ซึ่งช่วยลดอาการอักเสบและเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโดยรวม จึงควรรับประทานถั่ว เมล็ดพันธุ์พืช และปลาที่มีไขมันมากๆ

นอกจาก บรรดาสารอาหารที่รู้จักกันโดยทั่วไปแล้ว อาหารบางชนิดก็มีคุณสมบัติในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ผักใบเขียว เช่น บรอกโคลี และกะหล่ำปลีมีสารคุณค่าพืชผักที่เรียกว่ากลูโคซิโนเลตซึ่งเป็นสารต้าน มะเร็งที่มีฤทธิ์สูง แตงโม เกรปฟรุตสีชมพู และมะเขือเทศมีปริมาณไลโคฟีนสูงซึ่งเป็นสุดยอดสารอาหารต้านมะเร็งอีกชนิด หนึ่ง ขณะที่ผลไม้จำพวกเบอร์รี่ เช่น สตรอเบอร์รี่ และราสเบอร์รี่ มีสารต้านการอักเสบแอนโทไซยานิน และกรดเอลลาจิกที่สามารถช่วยลดการก่อตัวของเซลล์มะเร็ง
ขั้นตอนอื่นๆ ในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน

นอก จากการรับประทานอาหารที่ทำให้สุขภาพดีแล้วยังมีสิ่งอื่นๆ อีกมากมายที่คุณสามารถทำได้เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของตัวเอง ตัวอย่างเช่น การที่คุณออกกำลังกายมากขึ้นจะกระตุ้นการไหลเวียนของน้ำเหลืองในเซลล์ภูมิ คุ้มกันทั้งร่างกาย การออกกำลังกายยังช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ช่วยนำออกซิเจนไปสู่อวัยวะต่างๆ ของร่างกาย คุณไม่จำเป็นต้องไปยิม เพียงแค่ทำตัวให้กระปรี้กระเปร่าอยู่เสมอ และเดินเร็ววันละครึ่งชั่วโมงก็พอแล้ว อันที่จริงนักกีฬาต่างหากที่มีแนวโน้มจะมีสุขภาพไม่ดี เนื่องจากการออกกำลังกายมากเกินไปอาจกดภูมิคุ้มกันได้ ความสำคัญของการมีทัศนคติที่ดีต่อชีวิตและการมีสังคมที่ดีก็ไม่อาจมองข้าม ได้ งานวิจัยจำนวนมากพบว่าการหัวเราะ การมองโลกในแง่ดี และการพูดคุยเรื่องขำขันกับเพื่อนสามารถเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันได้ การนอนหลับอย่างพอเพียงก็เป็นเรื่องสำคัญเช่นกัน การได้รับแสงแดดจากธรรมชาติเป็นเคล็ดลับในการกระตุ้นอารมณ์และภูมิคุ้มกัน โยคะและการนั่งสมาธิสามารถลดความเครียด และช่วยให้ผ่อนคลายได้

ช่วยจำ : สิ่งที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน

* อาหารที่อุดมด้วยวิตามินเอ วิตามินบีรวม วิตามินซี และวิตามินอี
* อาหารที่แร่ธาตุสูงไม่ว่าจะเป็นสังกะสี ซีลีเนียม หรือแคลเซียม
* กรดไขมันในกลุ่มโอเมกา 3 และโอเมกา 6 ซึ่งพบได้ในถั่วเปลือกแข็ง เมล็ดพืช และปลาที่มีไขมันสูง
* โปรตีนซึ่งพบมากในเนื้อไม่ติดมันปลา และเมล็ดพืชจำพวกถั่ว
* ใยอาหาร พบในเมล็ดพืชจำพวกข้าว ถั่ว ผลไม้และผัก
* การเข้าสมาคมกับมิตรสหาย
* การมองชีวิตในแง่ดี
* การออกกำลังกายเป็นประจำ
* การพักผ่อนให้เพียงพอ
* แสงสว่างในตอนกลางวัน
* โยคะและการทำสมาธิ

ช่วยจำ : ศัตรูของภูมิคุ้มกัน

* การขาดมิตามินและแร่ธาตุ
* น้ำตาล
* ความเครียด
* การสูบบุหรี่
* การบริโภคแอลกอฮอล์เกินขนาด
* การขาดการออกกำลังกาย
* การนอนหลับไม่เพียงพอ

อาหารติดดาวสำหรับระบบภูมิคุ้มกัน

บีทรูท เห็ดหอม อโวคาโด คะน้าใบหยิก เกรปฟุต บลูเบอร์รี่ ถั่วบราซิล ถั่วเหลือง ชาเขียว กระเทียม

ข้อมูลจากหนังสือ The top 100 immunity booster

1 ความคิดเห็น:

  1. http://gel-care.net/2013/02/08/hiv/
    อุมิ ช่วยเพิ่มภูมิต้านทานร่างกายได้ดีมากๆๆ

    ตอบนำออก

บล็อกของผู้ติดเชื้อเอชไอวี

  • การแพ้ยามีอาการอย่างไร - เรื่อง “การแพ้ยา” เป็นอีกคำถามหนึ่งที่น่าสนใจ เพราะการแพ้ยาเป็นอันตราย อย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นจากการใช้ยา จึงได้รับความสนใจและเป็นคำถามประจำ ที่ผู้สั่งจ่ายยา...
    1 ปีที่ผ่านมา
  • slow slow...but sure? - ผลเลือดคราวนี้ยังไม่เป็นที่น่าพอใจของตัวเองเท่าไหร่ ขนาดเช้าวันที่ตรวจกระดกแบรนด์ไป 1 ขวดตามคำแนะนำของเพื่อนร่วมโลก เขาบอกให้ลองดูสิตัวเลขจะออกมาสวยเชียวล...
    2 ปีที่ผ่านมา