20 เมษายน 2553

กำลีังใจคือสิ่งสำคัญสำหรับผู้ป่วยเอดส์

ตัวผมเองเชื่อเสมอว่า เอดส์..รู้เร็ว รักษาได้ แต่เมื่อได้อ่านกระทู้จาก แฟนยูซ่าจากไปอย่างไม่มีวันกลับ หลับให้สบายนะที่รัก ทำให้ความเชื่อมั่นเริ่มคลอนแคลนพอสมควร หากถามว่า ทำไม่ผมเชื่อว่า เอดส์ รู้เร็ว รักษาได้ ตอบตรง ๆ ก็มาจากประสบการณ์ของผมเองที่เกือบเสียเมียสุดที่รักของผมไป กับโรคแทรกซ้อน ปอดอักเสบพีซีพี แต่เมื่อเข้าสู่กระบวนการรักษา โดยเริ่มจากการรักษาแทรกซ้อน และตามมาด้วยการกินยาต้านไวรัส ไม่นานเธอก็ค่อย ๆ หายจากการป่วย และกลับมาแข็งแรงอย่างรวดเร็ว

เมื่อ 2 วันที่แล้ว ผมได้มีโอกาสพูดคุยเรื่องนี้กับเมีย.. โดยผมเกริ่น ๆ ว่า วันนี้ของเมื่อปีที่แล้ว เธอเกือบตาย ถือว่าโชคดีมาก ๆ ที่รอดมาได้ เมียผมบอกว่า ที่เธอรอดมาได้เพราะเธอได้กำลังใจดี แล้วเธอก็เล่าให้ฟังว่า

ตอนนั้นพี่.. ก็ดูแลหนูดี ไม่เคยห่าง ทั้งพาเข้าห้องน้ำ (เธอไม่มีแรงแม้แต่จะลุกนั่ง หรือลุกยืน) ป้อนข้าว น้ำ แล้วคอยเอากระโถนมาให้เวลาที่หนูจะอ้วก แล้วก็พี่สาว น้องสาว ก็โทรมาให้กำลังใจ หลานสาว หลานชายก็โทรมาหาบอกว่า อย่ากินยาเยอะนะ เดี๋ยวป้า..ตาย หลานสาวของผมก็บอกว่า โตขึ้นจะเป็นหมอมารักษาป้า.. แม่พ่อเธอก็โทรมาให้กำลังใจ แม่ผมก็ไม่ได้รังเกียจเธอ ที่เธอป่วยเป็นโรคเอดส์

พูดง่าย ๆ ว่าผมและเมียโชคดีที่บอกกับคนในครอบครัวของเรา และได้กำลังใจจากคนในครอบครัว แม้ว่าเราทั้งคู่จะไม่ได้บอกกับทุกคน ..เลือกบอกเฉพาะบางคนเท่านั้น แต่คนที่เราเลือกบอกต่างเป็นกำลังใจให้กับเราทั้งคู่ ทั้งคนป่วยและคนดูแลคนป่วย บอกตามตรงเลย.. ในใจผมตอนนั้นไม่มีความมั่นใจเหมือนกับที่ปากบอกกับเมียเลย

กินยาแล้วเดี๋ยวก็หาย.. ตอนนี้หมอเค้ารักษาโรคแทรกซ้อนก่อน เดี๋ยวพอกินยาต้านไวรัสแล้ว อาการต่าง ๆ ก็จะดีขึ้นเหมือนคนปกติ..

พูดตามตรง นอกจากเป็นคำปลอบใจเมียแล้ว ยังเป็นคำปลอบใจตัวเองด้วย แต่ผมไม่ได้เชื่ือมั่นเต็มร้อย อย่างที่ปากพูดเลย

เพื่อนผู้ติดเชื้อเอชไอวี มีทั้งคนที่บอกครอบครัว และไม่บอกกับครอบครัว เหตุผลต่าง ๆ กันไป แต่กรณีของยูซ่าและแฟน เลือกไม่บอกกับครอบครัว ทั้งคู่ต่อสู้กันตามลำพังสองคน ยอมรับเลยว่า ต้องอาศัยจิตใจที่เข้มแข็งเด็ดเดี่ยวมากกว่าผม ที่พอรู้ก็บอกแม่ทันที (คือปกติมีอะไรผมจะไม่มีความลับกับแม่)

ก่อนจะถึงบทสรุป ผมอยากจะเล่าเรื่องของคนป่วยด้วยโรคเอดส์คนหนึ่ง เป็นคนรู้จักของเมียผม เป็นผู้หญิง ผัวป่วยตายไปด้วยโรคเอดส์ ผมพบเธอตอนเมียผมเข้าโรงพยาบาลเพราะป่วยด้วยโรคแทรกซ้อน ดูจากภายนอกเธอไม่มีตุ่ม มีหนองหรือแผลตามตัวให้รังเกียจ แต่เมียผมเล่าให้ฟังว่าเธอติดเอดส์จากสามี สามีตายไปหลายปีแล้ว เธอมีลูกแต่ลูกก็ไม่สนใจ เธอรู้จักเมียผมตอนนั้นเมียผมป่วยนอนโรงพยาบาล ก็ได้อาศัยไหว้วานเมียผม (ช่วงเช้าถึงก่อนเย็น เมียผมจะพอลุกไหว ไม่ถึงกับลุกไม่ขึ้นทั้งวัน ตอนนั้นเธอยังไม่รู้ตัวว่าติดเชื้อเอชไอวี)

จริง ๆ พี่น้อย (นามสมมุติ) แกก็มีลูกสาว แต่ลูกสาวก็ไม่สนใจเฝ้า มาเฝ้าตามหน้าที่เท่านั้น ไม่สนใจแม่.. แกเองก็ไม่มีกำลังใจ ไม่ยอมกินยา ไม่ยอมรักษา จนกระทั่งป่วยหนัก เข้าโรงพยาบาล หลังจากแฟนผมออกจากโรงพยาบาลไม่กี่วัน เธอตายไปขณะที่แฟนผมกำลังป่วยหนักอยู่ที่บ้าน


ที่ผมเขียนเล่ามาทั้งหมด ไม่ได้มีจุดประสงค์ที่จะบอกว่า การบอกกับครอบครัวว่าติดเชื้อเอชไอวีดีหรือไม่


แต่อยากจะบอกว่า เมื่อเราป่วยสิ่งสำคัญที่สุดคือ ความหวังและกำลังใจ จากคนใกล้่ชิด ยาเป็นสิ่งสำคัญในการรักษา แต่กำลังใจจากคนรอบข้างคือสิ่งสำคัญที่สุด

และถ้าญาติและคนในครอบครัวของคุณป่วยด้วยโรคเอดส์ ขอเพียงความเข้าใจและกำลังใจให้กับพวกเราผู้ติดเชื้อ เราจะมีโอกาสรอดและอยู่กับคุณไปได้อีกหลายปี และถ้ากินยาต้่านไวรัสแล้ว เราสามารถทำมาหากิน ไม่เป็นภาระให้กับใคร (ยกเว้นรายที่ป่วยหนัก และโดนเชื้อโรคทำลายอวัยวะส่วนที่สำคัญ)

2 ความคิดเห็น:

  1. ไม่ระบุชื่อ14 กันยายน 2554 15:25

    สำหรับผุ้ติดเชื้อทุกคนเราจะเป็นกำลังใจให้คุณค่ะ

    ตอบลบ
  2. ไม่ระบุชื่อ29 มิถุนายน 2555 12:34

    ขอบ คุณ ทุก คนที่ เป็น กำ ลัง ใจไห้ น๊ ครับ

    ขอบ คุณ ครับ

    ตอบลบ

บล็อกของผู้ติดเชื้อเอชไอวี

  • การแพ้ยามีอาการอย่างไร - เรื่อง “การแพ้ยา” เป็นอีกคำถามหนึ่งที่น่าสนใจ เพราะการแพ้ยาเป็นอันตราย อย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นจากการใช้ยา จึงได้รับความสนใจและเป็นคำถามประจำ ที่ผู้สั่งจ่ายยา...
    1 ปีที่ผ่านมา
  • slow slow...but sure? - ผลเลือดคราวนี้ยังไม่เป็นที่น่าพอใจของตัวเองเท่าไหร่ ขนาดเช้าวันที่ตรวจกระดกแบรนด์ไป 1 ขวดตามคำแนะนำของเพื่อนร่วมโลก เขาบอกให้ลองดูสิตัวเลขจะออกมาสวยเชียวล...
    1 ปีที่ผ่านมา