12 กรกฎาคม 2555

3 ปีกว่ากับการรู้ตัวว่าติดเชื้อเอชไอวี



ห่างหายไปนานกับการอัปเดท blog แห่งนี้ เป็นเพราะการเปลี่ยนแปลงอาชีพใหม่ ย้ายที่อยู่ ฯลฯ อีกสารพัดเรื่องทำให้ผมไม่มีเวลาเหมือนเมื่อก่อน ทั้งเรื่องต้องเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่กับสิ่งแวดล้อมใหม่ๆ พบปะผู้คนใหม่ๆ อยากจะบอกว่า สุขภาพผมดีขึ้นกว่าเมื่อก่อน ได้ออกกำลังกายมากขึ้น พักผ่อนมากขึ้น อ้อ ต้องบอกด้วยสิ หลังจากกินยาต้านไวรัสมากว่า 1 ปี ตอนนี้ภูมิคุ้มกันผมเพิ่มสูงขึ้น ปริมาณเชื้อไวรัสเอชไอวีในกระแสเลือดต่ำกว่าน้ำยาที่ใช้ตรวจจะตรวจนับจำนวนได้ (<20 ซึ่งหมายความว่า ลดโอกาสแพร่เชื้อเอชไอวีให้กับผู้อื่น แต่ไม่ได้หายจากการติดเชื้อเอชไอวี) อาการตับอักเสบหรือไขมันที่เคยสูงลดลงจนเป็นปกติแล้ว ประกอบกับช่วงนี้ไม่มีข่าวเกี่ยวกับการรักษาการติดเชื้อเอชไอวีที่น่าสนใจมาเล่าสู่กันฟัง ทำให้ผมไม่ได้เข้ามาอัปเดทข่าวคราว

การพบว่าตัวเองติดเชื้อเอชไอวีทำให้ผมพบความจริงหลายอย่างที่อาจจะไม่ทราบได้เลย หากไม่ได้ติดเชื้อเอชไอวีด้วยตัวเอง วันนี้คงจะเล่าแค่บางเรื่องก่อนเท่าที่จะพอมีเวลาเล่าได้

การยอมรับความจริงว่าตัวเองเป็นผู้ติดเชื้อเอชไอวีคนหนึ่ง จะช่วยให้ผู้ติดเชื้อรายใหม่ก้าวผ่านจุดที่เสียใจ หลังจากที่รับรู้ความจริงว่าติดเชื้อเอชไอวีได้ ผมทราบดีว่า เมื่อตอนที่ทราบว่าตัวเองติดเชื้อเอชไอวีหลายคนรู้สึกอย่างไร ตัวผมเองขนลุกซู่ไปทั้งตัวเมื่อทราบว่า ติดเชื้อเอขไอวี ความรู้สึกเสียใจ สิ้นหวังประดังประเดเข้ามาในสมอง เพราะคิดว่าตัวเองจะต้องตายแน่ๆ โดยลืมนึกถึงความจริงข้อหนึ่งไปว่า คนทุกคนต้องตายไม่ว่าจะติดเชื้อเอชไอวีหรือไม่ก็ตาม แต่การไม่ติดเชื้อเอชไอวีและยัีงอยู่ในวัยที่มีร่างกายแข็งแรง ทำให้ลืมนึกถึงความจริงข้อนี้

ผมเองก่อนหน้าที่จะทราบว่าตัวเองติดเชื้อเอชไอวีก็ไม่เข้าใจความแตกต่างระหว่างคำว่า "คนเป็นเอดส์" กับ "ผู้ติดเชื้อเอชไอวี" สองคำนี้ต่างกันอย่างไร เหมือนกับคนส่วนใหญ่ และการที่คนส่วนใหญ่ไม่ทราบความแตกต่างนี่เองที่ทำให้อัตราการติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่เพิ่มขึ้น

"คนเป็นเอดส์" หรือ คนเป็นโรคเอดส์ จริงๆ แล้วคือ ผู้ติดเชื้อเอชไอวีที่ป่วยด้วยกลุ่มอาการของโรคที่เกิดจากภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง ซึ่ืงการเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นหากไม่ทำการรักษาหรือรักษาไม่ทันอาจทำให้พิการหรือเสียชีวิตได้ การเข้าสู่กระบวนการรักษาเอชไอวีทำให้ผมได้พบคนที่เสียชีวิตจากโรคเอดส์ คนที่ตาบอดจากการติดเชื้อ CMV ที่ตาเนื่องจากรักษาไม่ทัน คนที่เจ็บป่วยช่วยเหลือตัวเองไม่ได้เพราะเชื้อโรคเข้าไปทำลายสมองทำให้ร่างกายขยับได้ซีกเดียว ขับถ่ายโดยไม่รู้ตัว (เป็นฝีในสมอง) ฯลฯ จริงๆ แล้วปัจจุบันนี้ แพทย์สามารถรักษา "โรคเอดส์" ให้หายได้ ไม่เสียชีวิตหรือพิการ หากผู้ป่วยเข้าทำการรักษาอย่างทันท่วงที เหมือนกับหลายๆ โพสต์ที่ผมเคยเล่าไว้

คนส่วนใหญ่มัวแต่ "เฝ้าระวัง" คนเป็นเอดส์นี่เอง ที่ทำให้อัตราการติดเชื้อเอชไอวีเพิ่มสูงขึ้น โดยไม่ทราบว่า การติดเชื้อเอชไอวีหรือการแพร่เชื้อเอชไอวีเกิดจากผู้ติดเชื้อเอชไอวีทั้งจากผู้ติดเชื้อเอชไอวีที่รู้ตัวและผู้ติดเชื้อเอชไอวีที่ไม่รู้ตัว

ผู้ติดเชื้อเอชไอวี คือ คนที่ได้รับเชื้อเอชไอวีเข้าสู่ร่างกายและติดเชื้อในเม็ดเลือดขาว สามารถเผยแพร่เชื้อเอชไอวีให้กับผู้อื่นได้ ผู้ติดเชื้อเอชไอวีไม่จำเป็นต้องป่วยด้วยโรคเอดส์จึงจะแพร่เชื้อได้ บางคนอาจจะเจ็บป่วยหลังจากรับเชื้อเพียง 2 - 3 ปี หลายคนกว่าจะเจ็บป่วยด้วยโรคเอดส์กินเวลาการติดเชื้อไปมากกว่า 7 - 10 ปี หรือบางคนติดเชื้อ 10 - 20 ปียังไม่เคยป่วยด้วยโรคเอดส์เลยก็เป็นได้ หรืออย่างบางคนที่ผมทราบมาติดเชื้อมา 25 - 30 ปี ยังไม่ป่วยด้วยโรคเอดส์เลยก็มี เพราะมียีนส์พิเศษสามารถควบคุมปริมาณไวรัสในร่างกายให้อยู่ในปริมาณที่ต่ำ ทำให้เชื้อไวรัสเอชไอวีไม่สามารถทำลายระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายให้ต่ำลง คนกลุ่มนี้จึงไม่ป่วยด้วยโรคเอดส์ แม้จะติดเชื้อเอชไอวีมานาน

คนในสังคมไทยยังขาดความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับโรคนี้อีกมาก ในปัจจุบันรายการโทรทัศน์บางรายการก็มีส่วนทำให้สังคมเข้าใจผิดเกี่ยวกับโรคนี้ อย่างประเด็นที่ว่า ผู้ติดเชื้อเมื่อได้รับยาต้านไวรัสแล้วมีเพศสัมพันธ์กับผู้อื่นโดยไม่ป้องกันเป็นการแพร่เชื้อให้กับผู้อื่น ความจริงแล้วตรงกันข้าม ผู้ติดเชื้อรายนั้นต่างหากที่มีโอกาสติดเชื้อเพิ่มมากขึ้นทั้งเชื้อเอชไอวีที่ดื้อยา (หากผู้ที่มีเพศสัมพันธ์ด้วยติดเชื้อเอชไอวีที่ดื้อยา) รวมทั้งโรคเพศสัมพันธ์อื่นๆ

หรืออย่างบางกรณีที่ถกเถียงกันว่า การรับยาต้านไวรัสเร็วหรือช้าดี ทั้งๆ ที่มีงานวิจัยออกมาแล้วว่า ผู้ติดเชื้อเอชไอวีที่รับยาต้านไวรัสแล้ว ลดโอกาสแพร่เชื้อเอชไอวีให้กับคู่นอน ก็ยังมามัวถกเถียงกันประเด็นที่ว่ากินเร็วทำให้ดื้อยาเร็วหรือทำให้สิ้นเปลืองงบประมาณ แ่ต่ไม่ได้มองในแง่ที่ว่าช่วยลดอัตราการเพิ่มผู้ติดเชื้อเอชไอวีในประเทศไทย (เป็นประเด็นหนึ่งที่ผมตั้งใจจะเขียนถึงในอนาคต) นอกเหนือจากประเด็นที่ว่า ผู้ติดเชื้อเอชไอวีไม่ตั้งใจแพร่เชื้อให้กับผู้อื่นโดยสมัครใจ

วันนี้เล่าสู่กันฟังเท่านี้ก่อนดีกว่า อยากแนะนำให้ผู้ติดเชื้อรายใหม่ หากได้เข้าสู่ blog ของผม ลองคลิกเข้าไปชมรายการโทรทัศน์ที่ผมได้นำมาเผยแพร่ด้านล่าง คลิปวิดีโอที่น่าสนใจ เพื่อความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการติดเชื้อเอชไอวีในปัจจุบัน แม้จะเป็นรายการเมื่อ 2 - 3 ปีที่แล้ว แต่ผมเชื่อว่า หลายคนยังไม่มีโอกาสได้ชม

4 ความคิดเห็น:

  1. ไม่ระบุชื่อ21 พฤศจิกายน 2555 14:00

    คำว่าโรค ตามความหมายของพจนานุกรม หมายถึงการ การเจ็บไข้ การเจ็บป่วย ฉะนั้นเมื่อมีการติดเชื้อ hiv แล้วถือว่าเป็นการเจ็บไข้ การเจ็บป่วย และจะทวีความรุนแรงมากขึ้นๆ ไปเมื่อไม่ได้รับการรักษา ฉะนั้นการตรวจ ระดับ cd4 ของร่างกาย และหลักเกณฑ์ในการรับยาต้านไวรัส ย่อมมีผลทำไมอเมริกา เมื่อพบผู้ป่วยติดเชื้อแล้วเขาจะให้ยาต้าน ทันทีโดยไม่ต้องรอให้ระดับ cd4 ต่ำกว่า 200 หรือ 350 นั่นเป็นสิ่งที่ถูกต้องเมื่อตนเองรู้ว่าเป็นโรคแล้วไม่ได้รับการรักษาในทันท่วงทีย่อมมีผลต่ออวัยวะภายในของร่างกาย ไม่จะเป็นปอด ตับ ไต หัวใจ ฯลฯ จะถูกลายซึ่งอวัยวะเหล่านี้เมื่อถุกทำลายแล้ว เมื่อได้รับการรักษาเป็นอย่างดี ก็ไม่สามารถกลับคืนสภาพเดิมได้ ฉะนั้นประเทศศิวิไรด์อย่างอเมริกา เขาถึงมองว่าหากพบว่ามีการติดเชื้อจะต้องให้รับยาต้านทันทีไม่ต้องระดับ cd4 อยู่ในระดับ 200 - 350 ซึ่งมันไม่ทันกาล ต้องคิดแบบฉานฉลาด แต่ตั้งนี้ทั้งนั้นต้องดูผลข้างเคียงของการใช้ยา ดูการทำงานของตับของไตร่วมด้วย หากรับได้ควรเริ่มในทัน เพื่อมีชีวิตทีี่ยืนยาว เชื่อผม จาก ดาวดับอับแสง

    ตอบลบ
  2. เป็นบลอ็กที่ดีมากค่ะ

    ดิฉันไม่ได้เป็นเอดส์ แต่พอจะรู้จักอาหารเสริมที่ช่วยผู้ป่วยได้
    ลองไปอ่านดูนะคะ
    http://gel-care.net/2013/02/08/hiv/

    เลยอดไม่ได้ที่จะแนะนำค่ะ

    สู้ๆๆๆ

    ตอบลบ
  3. ไม่ระบุชื่อ20 เมษายน 2560 17:47

    สมุนไพรรักษาเอดส์หาย ทานแล้วมีแรง กินข้าวได้ ผิวพรรณสดใส ต่อมน้ำเหลืองยุบ มีคนหายหลายรายแล้วค่ะ สอบถามได้นะคะ 0895242942

    ตอบลบ
  4. รู้หรือไม่ ระยะแสดงอาการของเชื้อ HIV จะอยู่ที่ประมาณ 2-4 สัปดาห์ เริ่มด้วยอาการคล้ายคนเป็นไข้หวัดใหญ่ ปวดเมื่อย เจ็บคอ มีผื่นตามตัว เป็นต้น หลังจากนั้นอาการอาจจะหายไปจนกว่าจะทราบว่าติดเชื้อ HIV รู้ตัวอีกทีก็อาจสายไปเสียแล้ว เพราะฉะนั้น หากใครที่มีความเสี่ยง ควรรีบไปตรวจเลือดนะคะ แนะนำให้ไปตรวจกับคลินิกเฉพาะทางอย่างวีเมท สหคลินิก (V-Med Clinic) ที่เชียงใหม่ค่ะ เขามีบริการตรวจเลือดหาเชื้อ HIV พร้อมให้คำปรึกษาเกี่ยวกับโรคเอดส์ และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ ด้วยนะคะ โทรไปได้ที่เบอร์ 052-001119 หรืออ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ http://www.vmedclinic.com

    ตอบลบ

บล็อกของผู้ติดเชื้อเอชไอวี

  • การแพ้ยามีอาการอย่างไร - เรื่อง “การแพ้ยา” เป็นอีกคำถามหนึ่งที่น่าสนใจ เพราะการแพ้ยาเป็นอันตราย อย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นจากการใช้ยา จึงได้รับความสนใจและเป็นคำถามประจำ ที่ผู้สั่งจ่ายยา...
    4 ปีที่ผ่านมา
  • slow slow...but sure? - ผลเลือดคราวนี้ยังไม่เป็นที่น่าพอใจของตัวเองเท่าไหร่ ขนาดเช้าวันที่ตรวจกระดกแบรนด์ไป 1 ขวดตามคำแนะนำของเพื่อนร่วมโลก เขาบอกให้ลองดูสิตัวเลขจะออกมาสวยเชียวล...
    4 ปีที่ผ่านมา